Preparing for A Student Life in Minnesota: Part 3

ตอนที่แล้ว: Part 2

1. Regulatory Requirements (ต่อ)

1.3 Obtaining Visa

คราวก่อนผมพูดถึงการดำเนินการเรื่อง passport และการเตรียมการเพื่อขอ visa ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้อธิบายรายละเอียดขั้นตอนของการขอ visa จริงๆ ซึ่งเป็นหัวข้อของโพสต์นี้ครับ ก่อนจะอ่านอย่าลืม สิ่งที่ผมกล่าวก่อนหน้านี้ ว่ารายละเอียดและขั้นตอนเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ และจริงๆ หลังจากผมเขียนคำแนะนำในการเตรียมตัวเวอร์ชั่นแรกเมื่อปี 2008 ก็มีการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนการขอ visa ไปแล้ว ดังนั้น คงต้องตรวจสอบดูด้วยนะครับว่าสิ่งที่ผมโพสต์นี้ยังคงถูกต้องอยู่หรือไม่ (ท่านใดที่จะกรุณาโพสต์ comment อัพเดตหรือแก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็ยินดีครับ) นอกจากนี้ รายละเอียดบางส่วนผมอ้างอิงจากข้อมูลของสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยที่กรุงเทพฯ หากขอ visa จากที่อื่นควรตรวจสอบขั้นตอนและรายละเอียดกับหน่วยงานนั้นๆ โดยตรงและจากเว็บของ Department of State ครับ (หากขอ visa จากสถานกงสุลที่เชียงใหม่ ลองตรวจสอบรายละเอียดเรื่องการขอวีซ่า ขั้นตอนการดำเนินการ หลักเกณฑ์ภาพถ่าย และ average wait time ทั้งนี้ ขั้นตอนบางอย่างอาจแตกต่างไปจากของสถานทูตที่กรุงเทพฯ ที่ผมจะอธิบายข้างล่างนี้ และโปรดสังเกตว่า หากขอ visa ที่เชียงใหม่ จะต้องซื้อซองชนิดพิเศษที่เรียกว่า Thailand Post EMS Courier Pass Back สำหรับส่ง passport กลับคืนมาให้เรา ที่ไปรษณีย์ไทย เช่น ที่สาขาแม่ปิง หรือสาขามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในราคาประมาณ 75 บาท ก่อนวันนัดสัมภาษณ์ ซึ่งจะไม่มีจำหน่ายที่สถานกงสุล และเป็นขั้นตอนที่แตกต่างจากของสถานทูตที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะซื้อได้ที่สถานทูตหลังการสัมภาษณ์วีซ่าเสร็จสิ้นแล้ว)

ผมเคยโพสต์ลิ้งค์เหล่านี้ไว้แล้วใน Part 2 แต่ขอโพสต์อีกรอบเพราะอาจมีรายละเอียดสำคัญที่เป็นประโยชน์กับท่านทั้งหลายและเกี่ยวข้องกับโพสต์นี้ครับ

– ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ visa F-1 และ J-1

– ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ U.S. visas และ non-immigrant visas for temporary visitors ประเภทต่างๆ

– ข้อมูลเกี่ยวกับ visa ของ international students จากเว็บไซต์ของ University of Minnesota’s International Student and Scholar Services (ISSS)

เว็บไซต์หลัก รายละเอียดเกี่ยวกับการขอ visa โดยทั่วไป และรายละเอียดเกี่ยวกับ non-immigrant visas ของสถานทูตสหรัฐฯ ที่กรุงเทพฯ (U.S. Embassy, Bangkok)

Step 1 เตรียมเอกสารและข้อมูลต่างๆ ตลอดจนภาพถ่ายและไฟล์ของภาพถ่ายให้พร้อม

เว็บไซต์ของสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ระบุขั้นตอนเกี่ยวกับการขอ non-immigrant visa ไว้ โดยขั้นตอนแรกเป็นการเตรียมเอกสารและข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นจะต้องกรอกในแบบฟอร์มขอ visa ออนไลน์ ให้พร้อม ซึ่งรวมถึงรายละเอียดส่วนตัว ข้อมูลใน passport ประวัติการขอวีซ่าและการเดินทางไปสหรัฐฯ ในอดีต รายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางในครั้งนี้ เป็นต้น

นอกจากนี้ ก่อนจะกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มขอ visa ออนไลน์ จะต้องมีไฟล์ภาพถ่ายที่เข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนดเพื่ออัพโหลดไปพร้อมกันด้วย ดูหลักเกณฑ์เกี่ยวกับภาพถ่ายโดยละเอียดที่เว็บไซต์ของ U.S. Department of State ที่นี่ และที่นี่ (อย่าลืม scroll down ลงมาดูรายละเอียดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมสำหรับ non-immigrant visa ในหน้าเดียวกันด้วย) และดูอัตราส่วนและตำแหน่งของใบหน้าและดวงตา (head size, head height และ eye height) ที่เหมาะสมที่นี่ และตัวอย่างภาพถ่ายที่เหมาะสมและไม่เหมาะสมที่นี่

โดยทั่วไปร้านห้องแล็บถ่ายภาพต่างๆ จะทราบหลักเกณฑ์ทั่วไปสำหรับภาพถ่ายสำหรับขอวีซ่าสหรัฐฯ อยู่แล้ว แต่การ print out รายละเอียดหลักเกณฑ์ต่างๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง photo size, resolution และ head size, head height & eye height) ไปให้ช่างภาพดูด้วยก็อาจเป็นประโยชน์ นอกจากนี้ ร้านถ่ายภาพบางร้านจะอนุญาตให้เราขอ copy ไฟล์ภาพถ่ายได้ (โดยอาจคิดหรือไม่คิดค่าใช้จ่าย) ดังนั้น แนะนำให้พก USB flash drive ไปด้วยและสอบถามทางร้านดู โดยอธิบายว่าจำเป็นจะต้องใช้ไฟล์ในการขอ visa หากทางร้านไม่อนุญาตก็แล้วแต่ว่าจะเปลี่ยนร้านหรือจะเอาภาพถ่ายมาสแกนเอง (อย่าลืมว่าภาพสแกนก็ต้องมีคุณภาพดีพอและเข้าหลักเกณฑ์ต่างๆ ด้วยนะครับ) ทั้งนี้ สถานทูตแนะนำว่าให้นำภาพถ่ายตัวจริงมาด้วยในวันนัด เผื่อมีปัญหากับภาพที่อัพโหลด

Step 2 กรอกแบบฟอร์มขอ visa ออนไลน์

กรอกรายละเอียดต่างๆ ที่ https://ceac.state.gov/genniv/ ให้ถูกต้องตามความเป็นจริงและครบถ้วน หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อใด ศึกษาจากคำแนะนำในการกรอกแบบฟอร์มของสถานทูต หรือ FAQs ของ U.S. Department of State ตลอดจนวีดิโอแนะนำการกรอกแบบฟอร์มโดยสถานทูตบน YouTube (YouTube Channel ของ USEmbassyBangkok) หรือหากไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเพียงพอก็พิจารณาสอบถามผู้รู้หรือทางสถานทูตครับ (Online forum บางแห่ง เช่น พันทิปห้องไกลบ้าน อาจมีผู้ที่ช่วยตอบได้ครับ) เมื่อ submit แล้ว โดยทั่วไปข้อมูลที่กรอกจะไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้น ควรตรวจสอบให้รอบคอบครับ และเมื่อ submit แล้ว จะมี confirmation page อย่าลืม print หน้านี้เอาไว้ครับ (ถ้าเป็นไปได้ควร save หน้านี้หรือ create เป็น PDF file เอาไว้ด้วย เผื่อเอกสารที่ print มาสูญหาย)

Step 3 ซื้อ PIN และขอนัด visa appointment (เฉพาะสำหรับ U.S. Embassy, Bangkok)

เมื่อกรอกแบบฟอร์มขอ visa ออนไลน์แล้ว ก็ควรรีบซื้อ PIN (อ่านคำแนะนำที่นี่ และดำเนินการซื้อ PIN และขอนัดหมายออนไลน์ที่นี่) การซื้อ PIN คือการชำระค่าธรรมเนียม เพื่อขอ PIN code มาใช้สำหรับการ access ระบบนัดหมาย visa ของสถานทูต ในขณะที่เขียนโพสต์นี้ PIN ราคา $12 สำหรับ web PIN หรือ $20 สำหรับ Live Service (Telephone) ซึ่งสามารถซื้อ PIN ได้ผ่านเว็บหรือจากไปรษณีย์ไทย (Thailand Post)

เมื่อได้ PIN แล้ว รีบดำเนินการขอนัด visa appointment ครับ เนื่องจาก slot ของการนัดหมายที่สถานทูตมีให้ มีจำกัด และบ่อยครั้งมักมีคิวยาว หากไม่สามารถนัดหมายเพื่อให้เดินทางได้ทันกำหนดที่ต้องรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยที่จะมาศึกษา อาจลองดูกระทู้ในเว็บพันทิปห้องไกลบ้าน เผื่อจะมีผู้ที่ประกาศว่าจะยกเลิกหรือเลื่อนนัดของตน (ทำให้มี slot ว่าง) หรือศึกษารายละเอียดการขอ expedited appointment ของสถานทูตฯ ดูครับ นอกจากนี้ หากไม่สามารถหา slot ว่างได้ แต่ยังพอมีเวลา พยายามเข้ามาดูระบบนัดหมายบ่อยๆ ครับ และอาจศึกษาคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ในเว็บพันทิปห้องไกลบ้านควบคู่ไปด้วยกัน

ค่าธรรมเนียมสำหรับการซื้อ PIN ไม่เกี่ยวข้องกับค่าธรรมเนียม MRV ใน Step 4 นะครับ

ดู average appointment wait time ที่นี่ และที่นี่ (อย่าลืมว่านี่คือ average เท่านั้น สถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลาอาจแตกต่างกันได้)

เมื่อได้วันนัดแล้ว อย่าลืม print confirmation page และเตรียมมาในวันนัดด้วยครับ

Step 4 จ่ายค่าธรรมเนียม MRV (เฉพาะสำหรับ U.S. Embassy, Bangkok)

สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เก็บค่าธรรมเนียมสำหรับ Machine Readable Visa (MRV) (ณ เวลาที่เขียน ค่าธรรมเนียมเป็นเงิน $140 สำหรับ F และ J visa applicants) โดยจะต้องชำระค่าธรรมเนียม MRV ที่ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) ทุกสาขาเท่านั้น ไม่สามารถชำระที่อื่นได้ และต้องชำระก่อนวันที่นัดมาทำ visa ที่สถานทูต และนำใบเสร็จจากไปรษณีย์ไทยทั้ง 2 ฉบับ มาในวันนัด

Step 5 จ่ายค่าธรรมเนียม SEVIS (สำหรับ students & exchange visitors)

ก่อนวันนัดหมาย ผู้ที่ขอ visa ในฐานะ students & exchange visitors ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม SEVIS (Student and Exchange Visitor Information System) ที่ https://www.fmjfee.com/i901fee/ (ณ ขณะที่เขียน ค่าธรรมเนียมเท่ากับ $200 สำหรับ F-1/M-1 และ $180 สำหรับ J-1) และนำ print out หลักฐานการชำระเงิน มาในวันนัดด้วย

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SEVIS ที่เว็บของ U.S. Embassy, Bangkok และเว็บของ U.S. Immigrations and Customs Enforcement (ICE) ที่นี่ที่นี่ และที่นี่

จากเว็บของสถานทูต dependents ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม SEVIS ครับ

Step 6 เตรียมตัวและมาดำเนินการเรื่อง visa ที่สถานทูตในวันนัด

อ่านรายละเอียดการเตรียมตัวสำหรับวันที่นัดมาที่สถานทูตที่นี่ อย่าลืมเตรียมเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึง

  • Passport เล่มปัจจุบัน และ passport เล่มอื่นๆ ที่มีทั้งหมด (รวมทั้งที่หมดอายุแล้วด้วย) [อ้างอิงเว็บของสถานทูต]
  • I-20 สำหรับ F-1 หรือ DS-2019 สำหรับ J-1 visa applicant
  • ภาพถ่ายตัวจริง (จาก Step 1)
  • DS-160 visa application confirmation page (จาก Step 2)
  • Appointment confirmation page (จาก Step 3)
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียม MRV ทั้ง 2 ฉบับ (จาก Step 4)
  • ใบเสร็จหรือหลักฐานการชำระเงินค่าธรรมเนียม SEVIS (จาก Step 5)
  • ค่าธรรมเนียมสำหรับส่งไปรษณีย์ EMS คืนมา (ประมาณ 75 บาท)
  • Supporting documents และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องและอาจเป็นประโยชน์สำหรับการพิจารณาออก visa เช่น bank statements, หนังสือรับรองการได้รับทุนเป็นภาษาอังกฤษ (scholarship certification letter) ถ้ามี, หนังสือรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัดหรือนายจ้าง (employer’s letter) ซึ่งระบุสถานภาพ ตำแหน่ง สังกัด เงินเดือน ปีที่เริ่มงาน ตลอดจนข้อความที่ระบุ commitment เมื่อจบการศึกษา (ถ้ามี; อาจเป็นฉบับเดียวกันกับหนังสือรับรองการได้รับทุน if applicable), รายละเอียดการเดินทางและตั๋วเครื่องบิน (ถ้ากำหนดแผนการเดินทางแล้ว) เป็นต้น ความสำคัญและจำเป็นของเอกสารเหล่านี้ แตกต่างกันไปตามสถานการณ์ของแต่ละคน แต่หากเป็นไปได้ควรเตรียมไว้เท่าที่จะทำได้ การออก visa เป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ของสถานทูต ซึ่งหากมีประเด็นที่ทำให้เจ้าหน้าที่เป็นห่วงถึงความน่าเชื่อถือ พฤติกรรม หรือสถานภาพทางการเงินที่อาจเป็นปัญหาของผู้ขอ visa หรือทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่าเมื่อจบการศึกษาจะเดินทางกลับประเทศหรือไม่ เอกสารที่นำไปจึงควรมีข้อมูลที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ เช่น เอกสารที่ช่วยให้มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาทางการเงินระหว่างการเรียนและในการเดินทางกลับประเทศ เอกสารที่พิสูจน์ให้เห็นว่ามีความผูกพันและ commitment กับประเทศไทยหรือมีเหตุผลที่ต้องกลับประเทศไทย เป็นต้น อย่างไรก็ดี เอกสารที่เตรียมมาอาจไม่ได้ถูกนำมาใช้หรือถูกนำมาใช้เพียงบางส่วน ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ (อ่านรายละเอียดในหน้าสุดท้ายของ checklist สำหรับคำอธิบายเพิ่มเติม)
  • (เอกสารอื่นตามสถานการณ์ของแต่ละคน และเอกสารอื่นตามที่ทางสถานทูตกำหนดที่ผมไม่ได้กล่าวถึง ถ้ามี)
  • (กรณีขอให้ออก visa แทน visa เดิมที่ยัง valid อยู่และสูญหายหรือถูกขโมย จะต้องมีบันทึกแจ้งความจากตำรวจ [police report] มาด้วยครับ)

ก่อนถึงวันนัด ตรวจสอบ checklist (อ่านเอกสารภาษาไทยที่นี่) ให้แน่ใจว่าได้ดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ และเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องสำหรับวันนัด ครบถ้วนแล้ว

สำหรับผู้ที่มี dependents ควรตรวจสอบรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนว่าควรดำเนินการอย่างไรบ้าง บางขั้นตอนอาจต้องดำเนินการควบคู่กันไปกับตัวนักเรียนเอง บางขั้นตอนอาจต้องแยกดำเนินการเป็นรายบุคคล และบางขั้นตอนอาจไม่ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติมครับ

ที่อยู่ของ U.S. Embassy, Bangkok: 120/22 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 (ดู map หรือข้อมูลการติดต่อสถานทูต)

ขั้นตอนการดำเนินการในวันนัด อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ในขณะที่เขียน เว็บของสถานทูตระบุว่าต้องมาถึงก่อนเวลานัดไม่น้อยกว่า 30 นาที โดยจากประสบการณ์ของผมเองตอนที่ไป renew visa ใหม่เมื่อเดือนมีนาคม 2554 ที่ผ่านมา เมื่อไปถึงสถานทูต จะมีคิวของผู้ที่มาทำ visa ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเรียกให้เข้าไปตามลำดับเวลานัด เมื่อฝากกระเป๋าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สถานทูตไม่อนุญาตให้นำเข้าไป และผ่านการตรวจอาวุธแล้ว ก็จะเข้าไปข้างใน กรอกแบบฟอร์มเพื่อระบุที่อยู่ในการส่ง passport คืนมา แล้วเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความเรียบร้อยของเอกสารเบื้องต้น แล้วแนะนำให้เดินไปข้างในอาคาร จากนั้นจะเป็นการเข้าคิวเพื่อให้เจ้าหน้าที่คัดกรองข้อมูลใน visa application และเอกสารต่างๆ รวมทั้งซักถามรายละเอียดเพิ่มเติม ก่อนจะให้สแกนลายนิ้วมือแล้วให้นั่งรอเรียกสัมภาษณ์ (โดยชาวอเมริกันหรือคนไทย) เมื่อถึงเวลาเรียกสัมภาษณ์ก็จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลและสอบถามรายละเอียดต่างๆ จนพอใจ แล้วก็จะแจ้งผลและจะนำ passport และเอกสารที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ แล้วคืนเอกสารอื่นๆ มาให้เรา แล้วให้เราเดินมาที่บูธของไปรษณีย์ไทยซึ่งตั้งอยู่นอกอาคาร เพื่อชำระค่าไปรษณีย์ EMS และกรอกที่อยู่ในซองจ่าหน้าถึงตัวเอง จากนั้นก็เสร็จขั้นตอนที่สถานทูต และรอรับ passport คืนมาทางไปรษณีย์ (เว็บของสถานทูตระบุว่าโดยทั่วไป สถานทูตจะส่ง package กลับมาใน 3-4 วัน)

เมื่อได้รับ passport คืนมาแล้ว อย่าลืมตรวจสอบความเรียบร้อย โดยเฉพาะตัวสะกดและข้อมูลส่วนตัวใน visa หากเรียบร้อยดี ควรทำสำเนาทั้งหน้าแรกของ passport และหน้าที่มี visa ไว้ 2 ชุด ชุดหนึ่งฝากทางบ้านเก็บไว้ที่เมืองไทยเผื่อกรณีจำเป็น อีกชุดหนึ่งพาติดตัวมาด้วย แต่เก็บแยกจาก passport ตัวจริง จะได้มีเอกสารอ้างอิงหาก passport และ visa สูญหาย

Update 29 มิ.ย. 2554: เพิ่มเติมรายละเอียดและลิ้งค์ของการขอวีซ่าที่เชียงใหม่ และเพิ่มเติมเรื่องเงินที่ต้องเตรียมมาในวันนัดเพื่อซื้อซอง EMS สำหรับการขอวีซ่าที่กรุงเทพฯ

ตอนถัดไป: Part 4

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: