Preparing for A Student Life in Minnesota: Part 4

ตอนที่แล้ว: Part 3

1. Regulatory Requirements (ต่อ)

1.4 Complying with Other Regulatory Requirements

ผมได้กล่าวถึงขั้นตอนการขอวีซ่าสหรัฐฯ ไปแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องวีซ่าและเรื่องตรวจคนเข้าเมืองที่ควรทราบ ซึ่งจะขอเล่าในโพสต์นี้ครับ

ก่อนอื่นขอเล่าคร่าวๆ เกี่ยวกับบทบาทของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนครับ หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องวีซ่า คือสถานทูตและสถานกงสุลต่างๆ ซึ่งอยู่ภายใต้ความดูแลของ Department of State (กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ) ในขณะที่การดูแลเรื่องศุลกากร (customs) และการตรวจคนเข้าเมือง (immigration) ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (port of entry) เป็นหน้าที่ของ U.S. Customs and Border Protection หรือ CBP (เทียบได้กับลูกผสมของ 2 หน่วยงานของไทยเรา คือ กรมศุลกากรและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม.) ซึ่งทำงานร่วมกับ U.S. Immigration and Customs Enforcement (ICE) นอกจากนี้ ภารกิจด้านการขอสัญชาติและการดูแลภาพรวมเกี่ยวกับ immigration (โดยมากจะเป็นเรื่องการขอสัญชาติ การขอ green card หรือเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับคนเข้าเมืองเป็นหลัก) ก็เป็นหน้าที่ของอีกหน่วยงานหนึ่งด้วย คือ U.S. Citizenship and Immigration Services (USCIS) ซึ่งทั้ง CBP, ICE และ USCIS เป็นหน่วยงานภายใต้ความดูแลของ Department of Homeland Security (กระทรวงความมั่นคงภายในของสหรัฐฯ) อีกหน่วยงานที่อาจจะได้สัมผัสเมื่ออยู่ที่สนามบินในสหรัฐฯ คือ Transportation Security Agency (TSA) เป็นหน่วยงานภายใต้ Homeland Security เช่นกัน มีหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงทั่วไปของสนามบินและโครงสร้างการคมนาคม แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการตรวจคนเข้าเมืองโดยตรง

มาดูรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับการตรวจคนเข้าเมืองและการเดินทางที่ควรทราบล่วงหน้าครับ ข้อมูลส่วนใหญ่มาจาก Customs and Border Protection (CBP)

CBP ระบุขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศ (arrival procedures) ของ students (F-1, M-1) หรือ exchange visitors (J-1) ไว้ดังนี้

การเตรียมตัวก่อนเดินทาง

  • ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ ตรวจสอบว่า passport และ nonimmigrant visa ยังคง valid อยู่ สำหรับการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ทั้งนี้ passport ควรจะ valid อย่างน้อย 6 เดือนหลังจากวันสุดท้ายที่จะอยู่ในสหรัฐฯ (ความเห็นส่วนตัวของผม แต่ไม่รับรองความถูกต้อง: เนื่องจากระยะเวลาการศึกษาอาจจะนานหลายปี และจริงๆ สามารถทำ passport ใหม่ที่สถานทูต/สถานกงสุลไทยในสหรัฐฯ ได้ ดังนั้น หาก passport หมดอายุในอีก 1-2 ปีข้างหน้า น่าจะไม่มีปัญหาครับ แต่ถ้า passport กำลังจะหมดอายุในเร็วๆ นี้ เช่น น้อยกว่า 1 ปี อาจจะเสี่ยงที่จะมีปัญหาตอนเข้าประเทศได้ครับ ลองสอบถามกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศดูว่าสามารถทำหนังสือเดินทางใหม่ได้หรือไม่หากมีข้อกังวลในเรื่องการเดินทางเข้าสหรัฐฯ แต่เล่มเก่ายังไม่หมดอายุ)

หมายเหตุ กรมการกงสุลอธิบายว่า ระยะเวลา 6 เดือน เป็น “หลักปฏิบัติและเป็นกฎเกณฑ์สำหรับบางประเทศที่จะต้องมีหนังสือเดินทางที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนก่อนการเดินทางออกนอกประเทศ หากหนังสือเดินทางกำลังจะหมดอายุก่อน จะต้องต่ออายุ หรือยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทางใหม่”

  • ตรวจสอบดูว่า visa ระบุประเภทของ visa อย่างถูกต้อง
  • ถ้าใน visa มีการระบุชื่อสถาบันการศึกษาที่จะเข้าศึกษา หรือระบุโครงการแลกเปลี่ยนที่เข้าร่วมไว้ ตรวจดูให้แน่ใจว่าข้อมูลนี้ถูกต้องตามความเป็นจริงเช่นกัน หากมีความคลาดเคลื่อนหรือข้อกังวลว่าอาจเกิดปัญหา ควรติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลเพื่อขอ visa ใหม่
  • Students และ exchange visitors ที่เดินทางเข้ามาในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกภายใต้ nonimmigrant visa อันนี้ จะเดินทางเข้ามาได้เฉพาะภายใน 30 วันก่อนวันเปิดเทอมหรือวันเริ่มโครงการ (program start date) ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสหรัฐฯ ดู program start date ใน I-20 หรือ DS-2019
  • เมื่อได้รับ nonimmigrant visa เจ้าหน้าที่จะใส่เอกสาร I-20 หรือ DS-2019 ไว้ในซองปิดผนึง และแนบกับ passport เราไม่ควรเปิดซองนี้เอง เจ้าหน้าที่ CBP จะเป็นคนเปิดซอง [คำแนะนำข้อนี้ปรากฏในเว็บของ CBP แต่เท่าที่ผมทราบ ไม่ตรงตามข้อเท็จจริงแล้วเพราะจะให้เอกสารคืนมากับเราพร้อม passport ที่ติด visa แล้ว แต่จะไม่ได้ใส่ในซองปิดผนึก]
  • ขณะเดินทาง ควรถือเอกสารบางอย่างไว้กับตัว อย่าใส่ไว้ในกระเป๋าที่โหลดลงใต้เครื่อง เพราะถ้ากระเป๋าสูญหายหรือ delay ไป ไม่ได้มาพร้อมกับเรา เราจะถือเอกสารไปให้เจ้าหน้าที่ CBP ไม่ได้ และอาจเข้าประเทศไม่ได้ (ความเห็นส่วนตัวของผม: นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่เดินทางโดยเที่ยวบินที่เข้าสหรัฐฯ ที่สนามบิน Minneapolis-St.Paul International Airport โดยตรง ก่อนจะเข้าไปยังพื้นที่ baggage claim ได้ จะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองก่อน จึงควรถือเอกสารไว้กับตัว)

เอกสารที่ควรถือไว้กับตัว

  • Passport (รวมทั้ง nonimmigrant visa และเอกสารอื่นที่แนบอยู่กับ passport ถ้ามี)
  • SEVIS Form I-20AB, I-20MN หรือ DS-2019
  • *สำหรับผู้ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องมี visa ที่ถือ SEVIS Form I-20AB, I-20MN หรือ DS-2019 ที่ออกให้ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2004 เป็นต้นไป ที่เข้าสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกภายใต้ visa นี้ ควรถือ Form I-797, Receipt Notice หรือ Internet Receipt verifying SEVIS Fee payment มาด้วย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SEVP/SEVIS Program Information ที่นี่ (โดยทั่วไป ข้อนี้ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ถือสัญชาติไทย แต่หากมีเอกสารดังกล่าวอยู่แล้วก็ควรนำติดตัวมาด้วย เผื่อจำเป็น)
  • +หลักฐานทางการเงิน (เช่น bank statement หรือหนังสือรับรองทุน ถ้ามี)
  • *หลักฐานที่พิสูจน์สถานภาพ Student/Exchange Visitor เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าลงทะเบียนเมื่อเร็วๆ นี้ หรือ transcript (ในข้อนี้ สำหรับนักเรียนที่เดินทางมาใหม่ อาจยังไม่มีเอกสารดังกล่าว เพราะยังไม่ได้ชำระค่าลงทะเบียน และไม่มี transcript  จึงไม่เป็นไร แต่หากเป็นนักเรียน existing student ที่เดินทางกลับสหรัฐฯ ควรถือ unofficial transcript ไว้ด้วย (สำหรับ University of Minnesota สามารถ print ได้ที่นี่)
  • ชื่อและข้อมูลการติดต่อสำหรับ Designated School Official (DSO) หรือ Responsible Officer (RO) ที่สถาบันที่จะมาศึกษา (อาจใช้ข้อมูลใน I-20 หรือ DS-2019 หรือหากมีข้อมูลของ program director ก็บันทึกมาด้วย)
  • ปากกา
  • #ข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ (mailing address) ของที่พักที่จะมาค้าง ซึ่งอาจเป็น apartment ที่จะเข้าพัก หรือหากยังไม่มีที่อยู่ถาวรก็อาจจดที่อยู่ของบ้านเพื่อนที่จะมาค้างด้วย หรือโรงแรมที่จะมาพัก ก็ได้ครับ ข้อมูลนี้ต้องใช้ตอนกรอกแบบฟอร์มบนเครื่อง (ดูรายละเอียดข้างล่าง) ซึ่งบางคนจะลืมจดที่อยู่มา ทำให้ต้องเขียนที่อยู่มั่วหรือที่อยู่ของสถาบันการศึกษาไป ซึ่งผมไม่แนะนำ
ข้อที่ผมทำเครื่องหมาย * ไว้หน้าข้อ คือกรณีที่โดยมากจะไม่เกี่ยวข้องกับนักเรียนไทยที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ภายใต้ visa นี้เป็นครั้งแรก
ข้อที่ผมทำเครื่องหมาย + ไว้หน้าข้อ คือกรณีที่โดยทั่วไปเจ้าหน้าที่อาจไม่ขอดูเอกสารดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ขอดูเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมตามดุลพินิจ หากมีเอกสารดังกล่าว จึงควรนำมาด้วย
ข้อที่ผมทำเครื่องหมาย # ไว้หน้าข้อ คือที่ผมเพิ่มเติมมาเองครับ
ขั้นตอนขณะเดินทาง
ในการเดินทางด้วยสายการบิน พนักงานบนเครื่องบินจะแจกฟอร์ม CF-6059 Customs Declaration Form และ Form I-94 Arrival-Departure Record เพื่อประโยชน์สำหรับการตรวจคนเข้าเมือง ก่อนเครื่องจะ land ที่สนามบินแรกที่มาถึงในสหรัฐฯ โดยให้กรอกแบบฟอร์มเหล่านี้ในขณะที่อยู่บนเครื่อง (อย่าลืมว่าคำแนะนำข้างบนระบุแล้วว่าควรพกปากกาขึ้นเครื่องมาด้วย) และยื่นแบบฟอร์มให้กับเจ้าหน้าที่ Customs and Border Protection (CBP) ตอนที่เดินทางมาถึง หากไม่แน่ใจในการกรอกแบบฟอร์ม สอบถามพนักงานบนเครื่องบินได้ครับ ทั้งนี้ ฟอร์ม I-94 จะมีช่องให้ระบุ address ซึ่งควรระบุที่อยู่ที่จะพักในสหรัฐฯ เมื่อเดินทางมาถึง (ไม่ใช่ที่อยู่ของสถาบันการศึกษาหรือหัวหน้าโปรแกรม) หากยังไม่มีที่อยู่ถาวร สามารถระบุที่อยู่ชั่วคราว เช่น บ้านเพื่อน โรงแรม ฯลฯ ได้ นั่นหมายความว่าก่อนเดินทาง อย่าลืมจดที่อยู่ของที่พักติดตัวด้วย (ตามที่ผมแนะนำข้างบน)
หมายเหตุ ฟอร์ม CF-6059 Customs Declaration Form เป็นแบบฟอร์มที่จะให้เรา declare ว่าเรานำสิ่งของต้องสำแดง (declare) ตามระเบียบของสหรัฐฯ เข้าประเทศ หรือมีความเสี่ยงที่จะนำเชื้อโรค สัตว์ วัชพืช หรือพืช บางประเภทเข้าประเทศ ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนาหรือไม่ ซึ่งสิ่งของที่ต้อง declare รวมถึงอาหารบางประเภท สินค้าเกษตร เงินหรือเอกสารทางการเงินเกินจำนวนที่กำหนด เป็นต้น ดูข้อมูลเกี่ยวกับการนำอาหารและผลิตภัณฑ์เกษตรเข้าประเทศ (See also การนำอาหารเข้าประเทศ), สิ่งที่ห้ามนำเข้าสิ่งที่ต้อง Declare, การ declare เงินหรือเอกสารทางการเงิน (ซึ่งรวมถึง traveler’s check และ money order)Traveler’s Checklistตัวอย่างฟอร์ม CF-6059 และคำแนะนำในการกรอก (PDF) (See also Web version), คำแนะนำในการกรอก Form I-94
เมื่อเดินทางมาถึง port-of-entry แล้ว หลังออกจากเครื่องก็เดินตามทางที่กำหนดใน terminal สำหรับผู้โดยสารขาเข้า เพื่อเข้าแถวรับการตรวจ (หากมี dependents มาด้วยก็เข้าไปด้วยกันเลย) เมื่อเข้าใกล้เคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามี: passport, SEVIS Form I-20 หรือ DS-2019, Form I-94 Arrival-Departure Record ที่กรอกแล้ว และ CF-6059 Customs Declaration Form ที่กรอกแล้วเช่นกัน แล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่ CBP
หากเดินทางเข้าสหรัฐฯ ทางบกหรือทางเรือ เจ้าหน้าที่ CBP จะแจกฟอร์ม CF-6059 Customs Declaration Form และ Form I-19 Arrival-Departure Record ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง หากไม่เข้าใจแบบฟอร์ม ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ CBP ครับ
ตอนตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่จะถามเหตุผลที่จะเดินทางเข้าสหรัฐฯ และรายละเอียดเกี่ยวกับจุดหมายปลายทาง ซึ่งเราควรจะแจ้งเจ้าหน้าที่ไปว่าเราเป็น student หรือ exchange visitor และหากถามก็ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อและที่อยู่ของโรงเรียนหรือ exchange visitor program ที่เราจะไปครับ (ข้อมูลนี้มีอยู่แล้วใน I-20 หรือ DS-2019)

เมื่อขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะ

  • ประทับตรา SEVIS Form ใน passport แล้วเขียนว่า “D/S” (Duration of Status) สำหรับผู้ถือวีซ่า F และ J (สำหรับนักท่องเที่ยว ปกติเจ้าหน้าที่จะระบุเวลาที่อนุญาตให้เราอยู่ในสหรัฐฯ เช่น 3 เดือน หรือ 6 เดือน แต่สำหรับ student และ exchange visitor ซึ่งสถานภาพอาจไม่สามารถระบุเป็นระยะเวลาที่ชัดเจนได้แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะจบการศึกษาหรือสิ้นสุด exchange program เมื่อใด เจ้าหน้าที่จึงเขียนว่า D/S หรือ Duration of Status แทน ซึ่งหมายความว่า เราสามารถอยู่ในสหรัฐฯ ได้ตราบเท่าที่เรายังคงสถานภาพ student หรือ exchange visitor ตาม visa นี้ (และจริงๆ เมื่อ complete study/program แล้วจะมี grace period ให้อีก 60 วัน สำหรับ F-1 student และ 30 วัน สำหรับ J-1 student)
  • ประทับตรา SEVIS Form ให้ 30 วัน หลังวันสิ้นสุดโปรแกรม สำหรับผู้ถือวีซ่า M โดยระยะเวลาทั้งหมดไม่เกิน 1 ปี
  • ประทับตราใน Form I-94 แล้วแม็กติดกับ passport ของเรา (Form I-94 จะต้องติดอยู่กับ passport ของเราตลอดเวลา จนกว่าเราจะออกนอกสหรัฐฯ ครั้งถัดไป ห้ามสูญหายโดยเด็ดขาด)
  • คืน SEVIS Form (I-20 หรือ DS-2019) ให้กับเรา
Secondary Inspection Requirements
หากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลของเราได้จนพอใจ หรือเรามีเอกสารที่จำเป็นไม่ครบถ้วน เราอาจถูกพาไปสัมภาษณ์ในพื้นที่ที่เรียกว่า “secondary inspection” ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและยืนยันข้อมูลต่างๆ อีกครั้ง ซึ่งแยกออกจากคิวตรวจตอนแรกเพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลาคนอื่น

ทาง CBP แนะนำว่าเราควรจะมีชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของ foreign student advisor ของสถาบันการศึกษาของเรา หรือผู้ที่ดูแลเรื่อง J-1 Exchange Visitor Program เผื่อว่าการรับเป็นนักเรียนหรือ exchange visitor ของเราต้องได้รับการตรวจสอบ นอกจากนี้ หากเราเดินทางมาถึงนอกเวลาทำการ (กลางคืน, เสาร์อาทิตย์, วันหยุด holidays) เราควรจะมีเบอร์โทรศัพท์ของคนคนนี้ที่เราสามารถติดต่อได้นอกเวลาทำการ (สำหรับ University of Minnesota ดูที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ในเวลาทำการของ International Student and Scholar Services หรือ ISSS ที่นี่ สำหรับเบอร์ติดต่อนอกเวลา ไม่มีข้อมูลครับ แต่โดยทั่วไปหากเอกสารทุกอย่างครบถ้วนก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรที่ต้องติดต่อ ISSS ครับ)

หากไม่สามารถยื่นเอกสารต่างๆ ได้ครบถ้วนและปฏิบัติตามขั้นตอนการเข้า/ออกประเทศ อาจเป็นสาเหตุให้เจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะอนุญาตให้เราเดินทางเข้าสหรัฐฯ แต่ในบางกรณี หากเราให้ความร่วมมือและมีเอกสาร “เกือบ” ครบถ้วน แต่ไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่อาจออก Form I-515A Notice to Student or Exchange Visitor ให้ และอนุญาตให้เราเข้าประเทศชั่วคราวเป็นเวลา 30 วัน แต่เราจะต้องรีบยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องในทันทีที่ทำได้ หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งในแบบฟอร์มนี้ อาจทำให้เกิดปัญหาในอนาคตได้

Continuing Students

สำหรับนักเรียนในปัจจุบันที่เคยเข้าประเทศด้วย visa นี้แล้ว แต่กำลังจะเดินทางออกนอกสหรัฐฯ จะต้องไปพบเจ้าหน้าที่ foreign student advisor (สำหรับ University of Minnesota ติดต่อ ISSS) เพื่อขอลายเซ็นอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศได้ ลายเซ็นนี้จะปรากฏอยู่ในหน้า 3 ของ I-20 หรือหน้า 1 ของ DS-2019 เมื่อเราออกนอกสหรัฐฯ แล้วเดินทางกลับเข้าสหรัฐฯ เราจะต้องยื่นฟอร์ม I-20 หรือ DS-2019 ที่มีลายเซ็นนี้ เพื่อแสดงว่าเรายังมีสถานภาพเป็นนักเรียนของสถาบันหรือโปรแกรมนั้นๆ อยู่ (ลายเซ็นนี้จะ valid เป็นเวลา 1 ปี หลังวันที่ลงนาม นับถึงวันที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ)

ตอนถัดไป: Part 5

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: