Preparing for A Student Life in Minnesota: Part 8

ตอนที่แล้ว: Part 7

3. University Requirements and Procedures

โพสต์นี้ assume ว่าขั้นตอนเรื่องการ confirm enrollment และการดำเนินการเรื่อง I-20/DS-2019 ที่เกี่ยวข้องกับทางมหาวิทยาลัย เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ อ่าน Part 2 สำหรับประเด็นเหล่านี้ครับ

หัวข้อนี้จะมีรายละเอียดที่จำเพาะกับ University of Minnesota เป็นหลักนะครับ สำหรับมหาวิทยาลัยอื่นควรศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยนั้นๆ และเอกสารต่างๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยส่งมาสำหรับขั้นตอนการดำเนินการและสิ่งที่ต้องทำกับทางมหาวิทยาลัยครับ โดยทั่วไปในหนังสือตอบรับ (acceptance letter) หรือ letter/e-mail ที่ส่งตามมา น่าจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการในเรื่องสำคัญๆ กับทางมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว

3.1 Immunization History

U of M อธิบายรายละเอียดเรื่อง immunization requirements ไว้ที่นี่ โดยแยกประเภทนักเรียนเป็น U.S. Citizen (Non-AHC Student), AHC Student และ International Student ซึ่ง AHC (Academic Health Center) Student คือนักเรียนที่ศึกษาในโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์และสาธารณสุข  ซึ่งรวมถึง Medical School (รวมทั้ง medical residents), School of Public Health, School of Nursing, School of Pharmacy, School of Dentistry เป็นต้น (ดูรายชื่อ AHC colleges) ซึ่งจะมี requirements ที่ค่อนข้างเข้มงวดกว่า international student ทั่วไปที่ไม่ได้เป็นนักเรียนใน AHC

สำหรับ international student ที่เข้าเรียนในโปรแกรมภายใต้ AHC ของ U of M ในเว็บเพจดังกล่าวแนะนำให้ follow ตาม requirements ของ AHC student เป็นหลักครับ

โดยทั่วไปแล้ว U of M กำหนดให้นักเรียนทุกคนยื่นแบบฟอร์มการฉีดวัคซีนของตนให้กับทาง U ซึ่งรูปแบบและรายละเอียดของแบบฟอร์ม รวมทั้งประวัติการฉีดวัคซีนที่จำเป็นต้องมี ก็จะแตกต่างกันไปตามประเภทของนักเรียน ดูรายละเอียดได้จากเว็บเพจดังกล่าว การยื่นแบบฟอร์มนี้ สำหรับนักเรียนบางประเภทอาจกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ได้เลย หรือในบางกรณีอาจยื่นเป็นเอกสารก็ได้ ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องทำก่อนเดินทาง แต่ผมเจตนาเขียนแนะนำไว้ในการเตรียมตัวก่อนเดินทางเพราะบางครั้งจะต้องอาศัยประวัติการฉีดวัคซีนจากเมืองไทย หากทราบรายละเอียดก่อนก็จะสามารถประสานกับทางโรงพยาบาล/คลินิก หรือค้นหาสมุดประวัติวัคซีนของตัวเองที่อาจจะยังเก็บไว้อยู่ได้ หรือหากไม่มีประวัติได้รับวัคซีนใดที่ U of M กำหนดว่าต้องได้รับ ก็อาจตรวจหาภูมิคุ้มกัน และ/หรือ ฉีดวัคซีนใหม่ให้เรียบร้อยตั้งแต่อยู่เมืองไทย จะได้ไม่ต้องมาเสียค่าใช้จ่ายที่สหรัฐฯ เมื่อมีรายละเอียดเพียงพอสำหรับการกรอกแบบฟอร์มแล้ว ก็สามารถกรอกแบบฟอร์มแล้วส่งมาให้ U of M ได้เลย ไม่ต้องรอให้เดินทางมาก่อน (แต่หากยังไม่พร้อม จะทำหลังเดินทางก็ได้ แต่อย่าลืมนะครับ เรื่องนี้สำคัญ)

สำหรับ non-AHC international students โดยทั่วไป requirements จะยืดหยุ่นกว่า และอาจต้องกรอกเฉพาะวันเดือนปีที่ได้รับวัคซีนที่กำหนดในแบบฟอร์ม (Online version หรือ PDF version) ก็อาจเพียงพอ โดยไม่จำเป็นต้องมีลายเซ็นแพทย์ หากประวัติวัคซีนใดไม่ครบถ้วน มี 2-3 แนวทางครับ คือ 1. หากแน่ใจว่าเคยได้รับวัคซีนดังกล่าวแล้ว อาจลองสอบถามโรงพยาบาลหรือคลินิกว่ายังมีประวัติของเราอยู่หรือไม่ เราอาจขอประวัติดังกล่าวมาดู หรือนัดพบแพทย์เพื่อสอบถามว่ามี record เรื่องการได้รับวัคซีนที่กำหนดหรือไม่ เมื่อใด เพื่อเป็นข้อมูลในการกรอกแบบฟอร์มของเรา 2. หากทางบ้านยังคงเก็บสมุดวัคซีนของเราไว้อยู่ ก็ลองดูว่าข้อมูลครบถ้วนเพียงพอสำหรับการกรอกแบบฟอร์มหรือไม่ (ผมดีใจเหลือเกินที่คุณพ่อคุณแม่ยังเก็บสมุดของผมเอาไว้ มีรายละเอียดครบถ้วน) 3. หากไม่มีรายละเอียดวันเดือนปีที่ได้รับวัคซีนที่แน่นอน แต่แน่ใจว่าเคยได้รับวัคซีนดังกล่าว อาจหาทางค้นดูตารางการฉีดวัคซีนทั่วๆ ไป หรือปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่รู้จัก เพื่อกะวันที่ได้รับวัคซีนโดยประมาณ สำหรับกรอกในแบบฟอร์ม เนื่องจากสำหรับ non-AHC international student ประวัติวัคซีนเป็น self-report ไม่ต้องมีลายเซ็นแพทย์ ทั้งนี้ แม้จะเป็น self-report แต่ก็ควรกรอกข้อมูลตามความเป็นจริงนะครับ เพราะหากมีปัญหา (เช่น เราป่วยด้วยโรคนี้ในระหว่างศึกษา  แล้วหมอตรวจไม่พบว่ามีภูมิคุ้มกันตัวนี้ขึ้นมา U of M อาจหาว่าเรารายงานเท็จก็ได้) 4. หากไม่แน่ใจว่าเคยได้รับวัคซีนใดหรือไม่ สำหรับภูมิคุ้มกันบางตัว อาจไปพบแพทย์เพื่อขอเจาะเลือดตรวจหาภูมิคุ้มกันก็ได้ ถ้าไม่มีก็อาจขอฉีดใหม่ได้เลย หรือสำหรับวัคซีนบางตัวที่ไม่มีวิธีทดสอบภูมิคุ้มกัน หรือค่าใช้จ่ายสูง อาจสอบถามแพทย์ว่าจะสามารถฉีดกระตุ้นได้เลยหรือไม่ก็ได้

สำหรับ AHC students (ทั้งที่เป็น international students และ U.S. citizen) จะมี requirements ที่ค่อนข้างเข้มงวดกว่า เพราะทาง U of M ถือว่ามีโอกาสสัมผัสผู้ป่วยสูงกว่านักเรียนปกติ ดู AHC student immunization requirement and process ที่นี่ และกรอกแบบฟอร์ม PDF ที่นี่ แบบฟอร์มนี้จะต้องมีลายเซ็นของแพทย์ที่ไม่ใช่ตัวเราเองหรือพ่อแม่ และมีรายละเอียดเกี่ยวกับวันที่ได้รับวัคซีนแต่ละ dose หรือระดับ antibody titre ในเลือด นอกจากนี้แล้ว AHC students ยังต้องมีการตรวจ Tuberculin skin test หรือ TB test (2-step Mantoux) เพื่อตรวจดูว่าเคย expose กับเชื้อวัณโรค (tuberculosis – TB) หรือไม่ด้วย

เนื่องจากในปัจจุบัน ประเทศไทยเป็นพื้นที่ระบาด (endemic area) ของวัณโรค ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้พอสมควรที่พวกเราจะตรวจ TB test เป็นบวก (โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งสัมผัสกับผู้ป่วยในชีวิตประจำวัน) ซึ่งการที่ผล TB test เป็นบวก ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นวัณโรคระยะติดต่อ (active TB) แต่หมายความว่าเชื้อวัณโรคเคยเข้าสู่ร่างกายของเรา และอาจซ่อนตัวอยู่ในที่ต่างๆ เช่น ในปอด ได้ (latent TB) และเมื่อร่างกายอ่อนแอก็อาจทำให้เกิดอาการ กลายเป็น active TB ขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้ U of M จึงมีนโยบายให้ทำ TB test 2 ครั้งเพื่อให้แน่ใจ (หากผลเป็นบวกตั้งแต่ครั้งแรกก็ไม่ต้องทำครั้งที่สอง) และหากผลครั้งใดครั้งหนึ่งเป็นบวก ก็จำเป็นจะต้องขอนัดพบเจ้าหน้าที่ของคลินิกที่ Boynton Health Service เพื่อตรวจเอกซเรย์ปอดดูว่ามี active TB ในปอดหรือไม่ หากผลเอกซเรย์ผิดปกติก็จะต้องเข้ารับการรักษาตามขั้นตอน แต่หากผลเอกซเรย์ปกติแต่ skin test เป็นบวก (แสดงว่าเป็น latent TB) ก็จำเป็นจะต้องนัดพบเจ้าหน้าที่ counseling เพื่อให้คำแนะนำว่าผลการตรวจหมายความว่าอย่างไร และมีทางเลือกในการรักษาอย่างไรบ้าง

เนื่องจากผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ผล skin test เป็นบวกและต้องผ่านกระบวนการต่างๆ ของ Boynton และที่ผ่านมาก็มีนักเรียนไทยที่เป็น AHC students ที่ต้องผ่านกระบวนการดังกล่าวพอสมควร จึงขอเล่าประสบการณ์และให้คำแนะนำเพิ่มเติมครับ สำหรับผมเองนั้นทำ skin test และเอกซเรย์ปอดมาตั้งแต่อยู่เมืองไทย ผล x-ray ปกติ และได้นำผลเอกซเรย์ (radiological report) มาขอนัดพบเจ้าหน้าที่ของ Boynton พร้อมแบบฟอร์ม immunization ที่มีผลการตรวจ skin test ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ยังคงยืนยันที่จะตรวจเอกซเรย์ซ้ำอยู่ดี (เหมือนไม่เชื่อถือผลเอกซเรย์จากเมืองไทย) จึงต้องยอมตรวจซ้ำ เมื่อผลปกติจึงต้องนัดพบเจ้าหน้าที่ counseling อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้คำแนะนำและทางเลือกในการรักษา ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่ามี 2 ทางเลือก ซึ่งเรามีสิทธิเลือกโดยสมบูรณ์ โดยจะไม่มีผลใดๆ กับเรื่องการเรียนของเรา ทางเลือกแรกคือ เนื่องจากเราเป็น latent TB จึงมีโอกาสเกิด active TB ขึ้นได้เมื่อร่างกายอ่อนแอ ทางคลินิกจึงแนะนำ (strongly) ให้เราทานยารักษาโรค TB และมารับการตรวจเป็นระยะๆ จนกว่าจะทานยาครบ course ซึ่งก็เป็นเวลาหลายเดือน อีกแนวทางหนึ่งคือ ไม่ทำการรักษา แต่หากมีอาการผิดปกติค่อยมารักษาอีกที ทางคลินิกจะพยายาม convince ให้เรารักษา (ฝรั่งจะมอง TB เป็นเรื่องร้ายแรงและน่ากลัวมาก) แต่พวกเราที่เป็นหมอคงจะทราบดีว่ายารักษาโรค TB มี side effect เยอะ และ side effect บางอย่างก็รุนแรงมาก (เพื่อนผมที่เป็นหมอบางคน ติด TB จากคนไข้ แล้วต้องทานยา จนเกิด side effect ต่อประสาทตา ทำให้ตามองไม่เห็น ก็มีมาแล้วครับ) ดังนั้น ผมจึงเลือกที่จะไม่รับยา และก็เซ็นยินยอมเป็นหลักฐานว่าปฏิเสธการรักษาตามคำแนะนำ ก็เรียบร้อยครับ หากใครที่ผล skin test positive แต่ x-ray negative และต้องตัดสินใจในเรื่องนี้ ผมเองจะแนะนำว่าให้เลือกไม่รับการรักษาครับ (แน่นอนว่านี่ไม่ใช่คำแนะนำในฐานะแพทย์ผู้รักษา แต่เป็นคำแนะนำจากประสบการณ์ส่วนตัวเท่านั้น พวกเราคงต้องหาข้อมูลและตัดสินใจเอาเองครับ ผมไม่อาจรับผิดชอบได้หากเลือกตามคำแนะนำของผมแล้วเกิด active TB ขึ้นภายหลัง แล้วมองว่าถ้าทานยาแต่แรกก็สิ้นเรื่อง)

ที่ผ่านมา ยังไม่มีนักเรียนไทยคนใดที่เจอว่าเป็น active TB (ผล x-ray ผิดปกติ) ครับ แต่หากใครมีผลเช่นนี้ ผมแนะนำว่าควรได้รับการรักษาครับ ในกรณีนี้ อาจไม่มีทางเลือกด้วยซ้ำ (นอกจากกลับไปรักษาในไทย) เพราะ active TB ถือเป็นโรคติดต่อที่ต้องมีการควบคุมและรัฐบาลมีอำนาจกักกัน (quarantine) ครับ

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ TB และขั้นตอนการตรวจรักษาจากเว็บของ Boynton ที่นี่ ครับ และดูบริการของ Boynton ที่เกี่ยวกับเรื่อง immunization ที่นี่ และดูข้อมูลการฉีดวัคซีนก่อนเดินทาง (จากสหรัฐฯ ไปประเทศอื่น) ที่นี่

การยื่นแบบฟอร์มและปฏิบัติตามขั้นตอนเรื่อง immunization ให้เสร็จสิ้น มีความสำคัญมาก เพราะโดยปกติ U of M จะมีระบบ hold ที่จะทำให้เราไม่สามารถลงทะเบียนเรียนหรือดำเนินการเรื่องอื่นๆ บางอย่างได้ (ดูคำอธิบายเรื่อง hold ประเภทต่างๆ ของ U of M ที่นี่, ที่นี่ และที่นี่) และหากดำเนินการเรื่อง immunization ไม่เรียบร้อย ก็อาจติด “ME hold” ได้

สำหรับคนที่เป็น AHC student เมื่อเดินทางมาถึง Minnesota แล้ว ผมแนะนำให้รีบเข้าไปนัดเรื่อง immunization กับ Boynton ให้เรียบร้อยโดยเร็วครับ เพราะหากต้องมาพบหลายครั้ง (เช่น กรณีผล TB skin test เป็นบวก ต้องมาเอกซเรย์และนัด counseling) จะทำให้ปลด hold ไม่ได้จนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้น และจะทำให้เสียเวลาลงทะเบียนเรียนไปครับ ทั้งนี้ หากระยะเวลาจำกัด กลัวว่าจะลงทะเบียนเรียนไม่ทัน deadline หรือไม่สามารถลงทะเบียนเรียนใน class ที่มีที่นั่งจำกัดได้ทัน ก็อาจขอปรึกษากับเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ของ Boynton ก็ได้ว่าสามารถปลด hold ชั่วคราวก่อนเพื่อให้เราลงทะเบียนทันได้หรือไม่ ในระหว่างที่เรารอนัดกับทางเจ้าหน้าที่ กรณีนี้ถือเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ Boynton ครับ แต่ผมทราบว่ามีบางคนเคยทำได้

สำหรับแบบฟอร์ม immunization ที่เป็น PDF เมื่อกรอกเสร็จแล้วสามารถส่งทางไปรษณีย์ไปยัง Boynton Health Service ได้เลย (ดูที่อยู่จากในแบบฟอร์ม) หรือจะมายื่นเมื่อเดินทางมาถึง U of M แล้วก็ได้ อย่าลืมถ่ายเอกสารไว้กับตัวอย่างน้อย 1 ชุดก่อนส่งครับ

ในส่วนของ scholars ที่ไม่ได้มาในฐานะนักเรียน (student) immunization requirements อาจแตกต่างกันไป เท่าที่ผมทราบ โดยทั่วไปจะไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ ในเรื่อง immunization ครับ แต่การรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้กับตัวก็อาจเป็นประโยชน์ เผื่อจำเป็นจะต้องใช้ในการดำเนินการอะไรครับ

ตอนถัดไป: Part 9

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: