Preparing for A Student Life in Minnesota: Part 6

ตอนที่แล้ว: Part 5

2. Travel Plan (ต่อ)

2.2 Purchase travel tickets and study baggage requirements

เมื่อกำหนดวันเดินทางคร่าวๆ ได้แล้ว ก็ควรรีบจองตั๋วเครื่องบินแต่เนิ่นๆ สนามบินหลักของ Minnesota คือ Minneapolis-St. Paul International Airport (Airport Code: MSP) ดูรายชื่อสายการบินที่ให้บริการ ณ สนามบินนี้ที่นี่

Minneapolis/St. Paul เป็น hub หลักของสายการบิน Delta Air Lines (ก่อนหน้านี้เป็น hub ของสายการบิน Northwest Airlines ซึ่งปัจจุบันได้ควบรวมกิจการกับ Delta) ซึ่งทางเลือกหนึ่งคือการเดินทางด้วยสายการบิน Delta จากสนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) ผ่าน transit ที่สนามบินนะริตะ (Narita International Airport: NRT) มายัง Minneapolis/St. Paul (MSP)

สำหรับนักเรียนทุนรัฐบาลและข้าราชการที่เบิกค่าใช้จ่ายได้ อาจจะต้องเลือกเดินทางด้วยสายการบินไทยก่อนตามระเบียบกระทรวงการคลัง ก็สามารถเดินทางด้วย direct flight ของสายการบินไทยจากสนามบินสุวรรณภูมิ มายังสนามบิน Los Angeles International Airport (LAX) แล้วเดินทางต่อด้วยสายการบินอื่นมายัง MSP ก็ได้ (ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าเดินทางด้วยสายการบินอื่น)

นอกจากนี้ ยังอาจเลือกเดินทางด้วยสายการบินอื่นที่มีราคาถูกกว่าแล้ว connect flight ด้วยอีกสายการบินหนึ่งก็ได้ สอบถามรายละเอียดเรื่องการจองตั๋วจาก travel agent ในประเทศไทย, ตรวจสอบราคาและ seat availability จากเว็บไซต์ของสายการบินต่างๆ เช่น Delta, American Airlines, Thai Airways หรือหาข้อมูล flights จากเว็บไซต์จำหน่ายตั๋วเครื่องบินออนไลน์ เช่น Kayak.com, Expedia.com หรือ Orbiz.com (ณ วันที่เขียนโพสต์นี้ Priceline.com และ Travelocity.com ซึ่งเป็นอีกสองเว็บจำหน่ายตั๋วเครื่องบินออนไลน์ที่ได้รับความนิยม ยังไม่เปิดจำหน่ายตั๋วที่เดินทางจาก BKK ไปยังสหรัฐฯ ครับ)

นอกจากค่าตั๋วเดินทางแล้ว อย่าลืมศึกษารายละเอียดค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขต่างๆ ในการเดินทางที่อาจเป็นข้อจำกัดด้วย เช่น การเลื่อนหรือยกเลิกเที่ยวบิน (flight change/cancellation policy, refunds, fees, and insurance/protection options), จำนวน ขนาด และน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่สามารถนำขึ้นได้ทั้งที่เป็น checked baggages และ carry-on, ค่าธรรมเนียมสำหรับกระเป๋า 2 ใบแรก (ถ้ามี), ค่าปรับสำหรับกระเป๋าใบถัดไป (additional bags) กระเป๋าที่น้ำหนักเกิน (overweight) หรือกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่กว่าที่กำหนด (oversized) [หากเข้าหลายเงื่อนไข เช่น เป็นใบที่สาม และน้ำหนักเกินด้วย อาจมีค่าปรับหลายส่วน] และสิ่งที่ห้ามนำไปในการเดินทาง (prohibited items)

สายการบินส่วนใหญ่ใช้ electronic ticket (e-ticket) เป็นหลัก เมื่อจองตั๋วได้แล้ว อย่าลืม print e-ticket (สำหรับการ check-in) และ print itinerary (สำหรับเป็น document ของตนเองตอนเดินทาง เพราะหากต้อง transit หลายเที่ยว อาจจะจำรายละเอียดไม่ได้และต้องใช้อ้างอิงเมื่อมีปัญหา เช่น flight delay เป็นต้น)

บางสายการบินสามารถ check-in online ได้ล่วงหน้าก่อนเวลาเดินทาง (โดยมากจะภายใน 24 ชั่วโมงก่อนเวลาเดินทาง) ซึ่งแม้โดยทั่วไปจะต้องไปติดต่อที่เคาน์เตอร์เช็คอินที่สนามบินเพื่อ load กระเป๋าอยู่แล้ว แต่หากสามารถ check-in online ได้ล่วงหน้า ก็จะลดขั้นตอนและความวุ่นวายในวันเดินทางได้ ในบางกรณีอาจได้คิวพิเศษที่เร็วกว่าผู้ที่ต้อง check-in ที่เคาน์เตอร์ (และสำหรับบางสายการบิน อาจสามารถเลือกที่นั่งที่ต้องการได้ง่ายขึ้นด้วย) ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับ online check-in จากเว็บไซต์ของสายการบินนั้นๆ (ถ้ามี) เมื่อ check-in แล้ว อย่าลืม print boarding pass เพื่อยื่นที่เคาน์เตอร์เช็คอินตอน load กระเป๋าด้วย หากไม่มี printer โดยทั่วไปแล้วก็สามารถ check-in online ได้เลย แล้วค่อยมาขอ boarding pass ที่เคาน์เตอร์ในวันเดินทางอีกที (หรือในบางสนามบินอาจมี self-service kiosk เพื่อ print boarding pass หรือแก้ไขรายละเอียดในการ check-in เช่น จำนวนกระเป๋า ฯลฯ ได้)

ตอนถัดไป: Part 7

Advertisements

Preparing for A Student Life in Minnesota: Part 5

ตอนที่แล้ว: Part 4

2. Travel Plan

2.1 Determine Arrival Date

การกำหนดวันเดินทาง เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ต้องรีบวางแผน เพราะมีผลต่อ timeline ในการเตรียมตัว และอาจเป็นข้อมูลที่มีการถามตอนสัมภาษณ์วีซ่าได้ครับ

มีปัจจัยอยู่ 2-3 ข้อที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับการเลือกวันเดินทางมาถึงสหรัฐฯ (arrival date) ข้อมูลบางส่วนผมนำมาจากเว็บไซต์ของ ISSS ของ University of Minnesota ครับ

1. วัน arrival date จะต้องไม่ผิดระเบียบ immigration ของสหรัฐฯ กล่าวคือ

  • สำหรับ F-1 students จะเข้าสหรัฐฯ ได้ ไม่ก่อน 30 วันก่อนวัน “report by” date ที่ระบุใน I-20 และห้ามเข้าสหรัฐฯ หลังวัน “report by” (“report by” date – 30 days <= arrival date <= “report by” date)
  • สำหรับ J-1 students & scholars จะเข้าสหรัฐฯ ได้ ไม่ก่อน 30 วันก่อนวัน start date ใน DS-2019 และห้ามเข้าสหรัฐฯ หลัง 25 วันถัดจากวัน start date (start date – 30 days <= arrival date <= start date + 25 days)
  • อย่าลืมดูกำหนดการรายงานตัว (document check) และการ attend orientation session ของมหาวิทยาลัยด้วย โดยทั่วไปควรกำหนดวันเดินทางมาถึงให้ก่อนวันที่มหาวิทยาลัยจัดให้มี orientation รอบสุดท้าย และวัน orientation ของ school/program (ถ้ามี) อย่างน้อย 2-3 วันทำการ หากไม่สามารถเดินทางมาถึงก่อนวัน orientation ได้ ควรติดต่อทางมหาวิทยาลัย (UMN ISSS) และ/หรือ ทาง school/program ไว้ด้วย

2. ควรเผื่อเวลาสำหรับการรายงานตัวและการเตรียมตัวเรื่องอื่นๆ อย่างน้อย 5-10 วัน หากเป็นไปได้

  • เผื่อเวลา recover สำหรับ jetlag
  • ขั้นตอนการรายงานตัวและดำเนินการตามระเบียบของมหาวิทยาลัย (สำหรับ University of Minnesota มี 2 เรื่องที่อาจใช้เวลา คือ การนัดตรวจที่คลินิกเพื่อทำ skin test และการ attend international student orientation session ซึ่งจำเป็นสำหรับการ “ปลด hold” เพื่อให้สามารถลงทะเบียนเรียนได้)
  • กำหนดการ attend orientation เฉพาะของ school และ/หรือ program นั้นๆ (กำหนดการ ขั้นตอน และเงื่อนไขความจำเป็นว่าต้องเข้าหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ school และ program)
  • เผื่อเวลาสำหรับการหาที่พัก หากยังไม่ได้ดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง
  • เผื่อเวลาสำหรับการลงทะเบียนเรียน (สำหรับ University of Minnesota โดยทั่วไปจะต้องลงทะเบียนเรียนให้เสร็จสิ้นภายในวันจันทร์แรกถัดจากวันเปิดเรียน แต่รายละเอียดอาจแตกต่างกันไปสำหรับบาง school เช่น Law School, Medical School หรือ Carlson School of Management)
  • เผื่อเวลาสำหรับการติดต่อขอเข้าไปพบหัวหน้าโปรแกรม (Director of Graduate Studies) หรือ advisor (ถ้ามีการกำหนด advisor แล้ว) โดยทั่วไปไม่ได้ถึงกับ “จำเป็น” ต้องเข้าพบก่อนเปิดเรียน แต่ผมก็แนะนำอย่างยิ่งให้หาโอกาสเข้าไปแนะนำตัว ทำความรู้จัก รวมทั้งสอบถามปัญหาหรือฟังคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการในเรื่องต่างๆ
  • เผื่อเวลาสำหรับการดำเนินการเรื่องการทำงาน (employment) หรือการเป็น Teaching Assistant/Research Assistant (If applicable)
  • เผื่อเวลาสำหรับการจัดการเรื่อง prerequisites ต่างๆ ที่เป็นเงื่อนไขในการรับเข้าโปรแกรม ถ้ามี เช่น เรื่องภาษา (ดูข้อมูลจาก UMN ISSS)
  • เผื่อเวลาสำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร ซึ่งกว่าจะ process ขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วน (เช่น ได้รับสมุดเช็คและบัตร check card หรือสามารถถอนเงินจาก check/draft/money order ที่นำเข้ามา) อาจใช้เวลา 1-2 สัปดาห์
  • หากเป็นไปได้ ควรเผื่อเวลาสำหรับปัญหาระหว่างเดินทาง เช่น flight delays จากสภาพอากาศหรือเหตุผลอื่นด้วย แม้ในช่วงเวลา mid-to-late August ของ Minnesota ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักเรียนไทยที่จะเข้าเรียนในช่วง Fall มักจะเดินทางมาถึงเป็นส่วนใหญ่ โดยทั่วไปจะเป็น late summer/early fall ซึ่งไม่ค่อยมีปัญหาสภาพอากาศนัก แต่มีความเป็นไปได้ที่จะมี thunderstorms ที่อาจเป็นอุปสรรคสำหรับการเดินทางได้ หรือหาก transit ผ่านเมืองอื่นก็อาจมีปัญหาสภาพอากาศได้เช่นกัน (เช่น Hurricane สำหรับ flights ที่ผ่านรัฐที่อยู่ใกล้มหาสมุทร หรือแผ่นดินไหวสำหรับ flights ที่ผ่านญี่ปุ่น เป็นต้น)

การกำหนดวันเดินทางที่แน่นอนคงต้องขึ้นอยู่กับตั๋วที่จองได้จากสายการบินด้วย (ดู Part 6 สำหรับเรื่องการจองตั๋วเดินทาง)

ยิ่งเดินทางเข้าสหรัฐฯ เร็วเท่าไร (ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ผิดระเบียบ immigration) ก็ยิ่งมีเวลาเตรียมตัวและ settle down รวมทั้ง familiarize กับความเป็นอยู่ใน Minnesota และ on campus รวมทั้งทำความรู้จักกับนักเรียนไทยหรือคนอื่นๆ มากขึ้นเท่านั้น ระยะเวลาที่ผมแนะนำคือ 2-3 สัปดาห์ก่อนเปิดเรียนครับ

Update 17 ก.ค. 2554: เพิ่มเติมเรื่องการเผื่อเวลาสำหรับปัญหาระหว่างเดินทาง

ตอนถัดไป: Part 6

%d bloggers like this: